☑︎ รีวิวนี้ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ กรกฎาคม 2020

ทุกวันนี้ Surfshark เป็นผู้ให้บริการ VPN หรือ เครือข่ายเสมือนส่วนตัว (Virtual Private Network) ที่กำลังโตเร็วที่สุดในโลก

ถ้าคุณกำลังอ่านรีวิวนี้อยู่ คุณอาจจะกำลังคิดว่า Surfshark เป็นแค่ปลาตัวเล็กสุดเก๋ในทะเลดิจิตอลหรือเปล่า – หรือเป็นนักล่าตัวใหม่ น่าใช้ คุ้มค่าราคาที่คุณจ่ายหรือไม่?

เราดีใจที่คุณถาม

ในรีวิวเชิงลึกนี้ เราจะ ไม่ เสียเวลาอธิบายหน้าตา หรือแสดงหน้าจอแอปของ Surfshark

แต่การวิเคราะห์ของเรา จะตอบคำถามสำคัญของคุณเกือบทั้งหมดที่คุณอาจจะมีเกี่ยวกับบริการ VPN นี้ รวมทั้งเรื่องเหล่านี้ก่อน:

  • 🦈 Surfshark แตกต่าง จากบริการ VPN ที่อื่นไหม?
  • 🔒ข้อมูลส่วนตัวของคุณปลอดภัยแค่ไหน กับ Surfshark?
  • 🏄เซิร์ฟเวอร์ของบริการนี้ดี (=เร็ว) แค่ไหน?
  • 💰ราคาลดสุดๆ ของ Surfshark คุณจะได้ราคาเท่าไหร่?

พูดถึงราคาลด – ในตอนท้ายของรีวิวนี้ เราจะแสดงขั้นตอนการสมัครสมาชิก โดยจ่ายราคาต่ำสุดจริงๆสำหรับสมัครสมาชิก Surfshark (ถ้าคุณสนใจจะลองใช้)
แต่ก่อนอื่น มาดูกันก่อนว่า Surfshark น่าสนใจจริงหรือเปล่า

Surfshark ต่างจากผู้ให้บริการ VPN รายอื่นยังไง?

ทุกวันนี้บริการ VPN ส่วนใหญ่ ให้บริการด้วยหน้าตาสวยงาม รับชำระด้วยเงินดิจิตอล (cryptocurrency) ได้ และให้บริการด้วยเซิร์ฟเวอร์หลายร้อยแห่งทั่วโลก

Surfshark ก็เช่นเดียวกัน

เพื่อช่วยคุณตัดสินใจตามเหตุผล เราได้รวบรวมลักษณะสำคัญ โดดเด่น ของ Surfshark – ข้อดีที่แข่งขันได้ ว่างั้นเถอะ

  • ราคาต่ำมากกก: แม้แพ็คเกจรายเดือนราคาสูงกว่าบริการ VPN ขนาดใหญ่รายอื่นหน่อย แพ็คเกจราย 2 ปีของSurfshark ลด 80%+ ส่วนลดเพิ่ม ทำให้ราคาต่ำสุดๆและคุ้มมาก
  • ใช้งานได้ ไม่จำกัดจำนวนเครื่อง: ตรงกันข้ามกับบริการ VPN รายอื่น Surfshark ให้คุณใช้บริการได้ ไม่ใช่แค่ 5 หรือ 7 แต่กี่เครื่องก็ได้ ในเวลาเดียวกัน
  • การรับประกันของนกขมิ้น (Warrant canary): Surfshark เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ VPN เพียงไม่กี่รายที่แสดงข้อมูลให้เห็นชัดเจนว่า พวกเขายังไม่เคยได้รับคำร้องหรือคำสั่งให้เปิดเผยข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ข้อสุดท้ายนั้นค่อนข้างน่าสนใจ และอธิบายเพิ่มเติมได้ว่า การรับประกันของนกขมิ้นที่ระบุไว้นั้น เพราะในบางประเทศ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกา) บริษัทไม่ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคำสั่งให้เปิดเผยข้อมูลซึ่งบริษัทได้รับจากหน่วยงานของรัฐ

ด้วยเหตุนั้น บางบริษัทจึงใช้วิธีแถลงการณ์ต่อสาธารณะว่า บริษัทยังไม่ได้รับคำสั่งดังกล่าว – ซึ่งไม่มีการห้ามอย่างชัดเจน

กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ หากคุณเห็นเลขศูนย์บนเว็บไซต์ของ Surfsharkหน้าเกี่ยวกับการรับประกันของนกขมิ้น คุณมั่นใจได้เลยว่า ยังไม่มีหน่วยงานของรัฐเข้าไปยุ่งกับการดำเนินธุรกิจของพวกเขา

Clever!

เกี่ยวกับประเด็นนี้ มาดูกันต่อว่า เราจะเชื่อได้ไหมว่า Surfshark จะปกป้องข้อมูลส่วนตัวของเรา

ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่ Surfshark

Surfshark ดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้ เห็นได้จากมาตรการหลายอย่างที่ดำเนินการอยู่ ดังนี้

  • ฟังก์ชัน มัลติฮ็อบ (MultiHop) เพื่อให้การซ่อน IP ดียิ่งขึ้น – นั่นคือ เมื่อการเชื่อมต่อของคุณ จัดการโดยเซิร์ฟเวอร์ VPN หลายแห่ง ร่องรอยการใช้งานออนไลน์ของคุณก็จะกระจัดกระจาย
  • โหมด พรางตัว (Camouflage) เพื่อทำให้แน่ใจว่า แม้แต่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ISP ของคุณ ก็บอกไม่ได้ว่าคุณใช้บริการ VPN
  • มีระบบปิดสวิตซ์ ซึ่งปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยอัตโนมัติ หากการเชื่อมต่อ VPN ของคุณเกิดการรบกวน ทำให้มั่นใจได้ว่า ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะไม่มีการเปิดเผยแน่นอน

อีกอย่างหนึ่ง คุณไม่ต้องสนใจมากก็ได้นะ หากเห็นโฆษณาเกี่ยวกับมาตรฐานการเข้ารหัสลับ บนเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ:

เพราะระบบที่ดีมีมาตรฐานเกือบทั้งหมดทุกวันนี้ ใช้ AES-256-GCM cipher (256-bit Advanced Encryption Standard ในโหมด Galois/Counter) – จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร หากมีการโฆษณาเข้าข้าง VPN ของตัวเองนิดนึง 💪

แทนที่จะนึกถึงจุดนั้น สิ่งที่สำคัญที่แท้จริงซ่อนอยู่ในนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการ VPN แต่ละแห่ง – รายละเอียดนั้น คือจุดที่คุณพบข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนตัวของคุณที่แท้จริง

หรือ จริงละ คุณไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้ –

เพราะเราได้วิเคราะห์ตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Surfshark อย่างละเอียดแล้ว และสรุปได้ดังนี้

  • ส่วนที่ 1 กล่าวได้ว่า เป็นส่วนสำคัญที่สุด เพราะระบุข้อมูลเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูล เรียกสั้นๆก็คือ เลขที่อยู่ IP ที่แท้จริงของคุณนั่นเอง และข้อมูลอื่นที่สามารถระบุตัวตนที่แท้จริงได้ ไม่มีการเก็บข้อมูลนี้โดย Surfshark
  • ไม่มีการตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล เป็นเงื่อนไขในการสร้างบัญชีที่ Surfshark – คุณใช้แค่ที่อยู่อีเมลในการสมัคร และอีเมลนิรนาม เช่น ProtonMail ก็ใช้งานได้เช่นเดียวกัน หากคุณจริงจังเรื่องนี้มาก
  • ตามข้อมูล ส่วนที่ 10 การดูแลเรื่องความเป็นส่วนตัวของ Surfsharkอยู่ภายใต้กฎหมายของ British Virgin Islands ขอบเขตกฎหมายที่นี้เป็นที่รู้จักกันดี เรื่องการให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลเป็นความลับ

สิ่งสำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่ง คือ Surfshark ปฏิบัติตามนโยบายงดบันทึกรายการ (no-logs policy) อย่างเข้มงวด นั่นหมายความว่า บริษัทไม่มีการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ผ่านบริการของเขา

นั่นรวมไปถึงที่อยู่ IP ตัวระบุการเชื่อมต่อ ประวัติการเยี่ยมชมเว็บไซต์ ฯลฯ กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ – ข้อมูลใดก็ตามที่สามารถโยงกลับมาถึงตัวคุณได้นั่นเอง

แม้ว่าวันหนึ่ง Surfshark อาจจะถูกบังคับโดยรัฐบาลของ British Virgin Islands (ซึ่งข้อนี้ คงจะเกิดขึ้นยากมาก) ให้เปิดเผยข้อมูลใดก็ตาม บริษัท จะไม่มีอะไรมากมายจะเปิดเผย เพราะไม่มีการเก็บประวัติการใช้งานของลูกค้าไว้เลย

เพราะฉะนั้น ความเป็นส่วนตัว: ✔️

แล้วประสิทธิภาพการใช้งานล่ะ?

ความเร็วและสถานที่

ตามข้อมูล บนเว็บไซต์ Surfshark ให้บริการโดยผ่านการประมวลผลโดยเซิร์ฟเวอร์กว่า 1000+ เครื่อง ในกว่า 60 ประเทศ คุณควรทราบว่า แม้เซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวนั้นจะเป็น สถานที่ตั้งที่แท้จริง ของอุปกรณ์ แต่สถานที่บางแห่งเป็นเพียง ที่อยู่เสมือน

ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการเชื่อมต่อผ่าน Albania หรือ Chile คุณจะได้รับที่อยู่ IP ของท้องถิ่น แต่เซิร์ฟเวอร์ที่ประมวลผลการเชื่อมต่อของคุณอาจจะอยู่ที่ Germany หรือ Colombia ตามลำดับ

การเชื่อมต่อลักษณะนี้ ไม่มีผลกระทบต่อความเร็วหรือความเป็นส่วนตัว แต่คุณอาจจะเห็นข้อมูลออนไลน์บางส่วนในภาษาที่คุณไม่คุ้นเคย ขณะที่คุณใช้งานจากพื้นที่เสมือนเช่นนั้น

เอาเถอะ แม้จะไม่มีอะไรเด่นมากมายนัก สำหรับผู้ให้บริการ VPN สมัยใหม่ ที่จะให้บริการเซิร์ฟเวอร์เป็นหลายพันครึ่ง ในหลายสิบประเทศ เรายังต้องตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่า Surfshark ให้บริการระดับมาตรฐานหรือเปล่า

แล้วเรื่องความเร็วล่ะ?

เพื่อตอบคำถามที่ดูเหมือนจะเป็นคำถามง่ายมากนี้ เราควรทราบว่า มันไม่เพียงพอ ที่จะแค่เปิดใช้งาน VPN แล้วทดสอบความเร็วจากที่ไหนก็ได้
เวลาเราทดสอบการเชื่อมต่อผ่าน VPN เราวัดความเร็วจากทุกจุดที่เชื่อมต่อได้ ในแต่ละครั้ง ใช้เครื่องมือที่เป็นอิสระต่อกัน 2 อย่าง (SpeedTest และ Fast.com) โดยทดสอบอย่างละ 5 ครั้ง

ความเร็วการเชื่อมต่อของเรา (โดยไม่ผ่าน VPN) มีความเร็วเฉลี่ยที่ 50 Mb/s ทดสอบโดย SpeedTest และ 40 Mb/s ทดสอบโดย Fast.com

ผลการตรวจสอบจากพื้นที่ใช้งาน Surfshark มากที่สุดมีดังนี้

Surfshark speed

จากการทดสอบของเรา ความเร็วการเชื่อมต่อทั่วโลกโดยเฉลี่ยประมาณ 30 Mb/s สำหรับ SpeedTest และ 20 Mb/s สำหรับ Fast.com – ซึ่งเป็น ผลการทดสอบที่ดีมาก สำหรับผู้ให้บริการ VPN รายใหญ่

ในพื้นที่หลักส่วนใหญ่ ความเร็วของ Surfshark ใกล้เคียงมากกับตัวเลขความเร็วสูงสุดของเรา (ไม่ผ่าน VPN) เราแทบจะไม่เห็นความแตกต่างเลย แม้จะใช้ซอฟท์แวร์พิเศษแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ความเร็วเฉพาะของคุณแต่ละครั้ง อาจจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับตัวแปรหลายอย่าง รวมทั้งตำแหน่งที่ตั้งของคุณ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของคุณ รวมทั้งช่วงวันและเวลาในแต่ละสัปดาห์ –

แต่ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม การทดสอบลักษณะนี้จะยังคงแสดงมาตรฐานคร่าวๆ และสามารถเทียบกันระหว่างแต่ละตำแหน่งที่ตั้งได้ 📋

ต่อไป: Surfshark สามารถทำงานผ่านการปิดกั้นในบางพื้นที่ได้ดีแค่ไหน?

ปลดล็อคและสตรีมมิ่ง

นอกจากการทดสอบความเร็วอย่างครอบคลุมแล้ว เรายังตรวจสอบด้วยว่า ผู้ให้บริการ VPN ช่วยให้คุณเข้าถึงบริการสตรีมมิ่งยอดนิยมอย่าง Netflix จากที่ตั้งของเซิร์ฟเวอร์แต่ละแห่งหรือไม่

การทดสอบของเราพบว่า ตั้งแต่ Netflix ทำการคัดกรองอย่างเข้มงวดตั้งแต่เดือนมกราคม January 2020 นี้ บริการสตรีมมิ่ง ใช้งานได้ เมื่อเชื่อมต่อผ่านที่ตั้งหลักของ Surfshark รวมทั้งที่สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ และสหภาพยุโรป

Surfshark + Netflix

การเชื่อมต่อผ่าน Surfshark VPN จากที่อื่นส่วนใหญ่ คุณสามารถเปิดแอปหรือเว็บไซต์ Netflix ได้ แต่การชมเนื้อหาภาพและเสียงอาจจะมีการติดขัดบ้าง

แต่โดยส่วนใหญ่ คุณจะใช้แค่ Netflix เวอร์ชันของสหรัฐอเมริกา เพราะมีภาพยนตร์และซีรีส์ให้เลือกชมมากที่สุด

***

สำหรับประเทศที่มีการปิดกั้น (ชัดเจนที่สุดคือ ประเทศจีน และประเทศอื่น เช่น ตุรกี รัสเซีย และสิงค์โปร์) Surfshark มีแนวทางดำเนินงานพร้อมลุยหลายอย่าง

  • โหมดไร้พรมแดน ใช้งานได้โดยการเปิดปิดที่การตั้งค่าของแอป สิ่งที่โหมดนี้ทำคือ เปิดใช้เซิร์ฟเวอร์พิเศษอัตโนมัติ ซึ่งออกแบบให้ทำงานภายใต้การปิดกั้นของรัฐได้
  • อินเตอร์เฟส OpenVPN (Windows) หรือ IKEv2 (MacOS) ทำให้การเชื่อมต่อผ่านเซิร์ฟเวอร์ Surfshark ได้ ในประเทศที่มีการเซ็นเซอร์ด้วยอินเทอร์เน็ต
  • โปรโตคอล Shadowsocks ใช้ลอดผ่านกำแพงกั้นของจีนโดยเฉพาะ Shadowsocks คือ ตัวแทน (Proxy) จึงไม่มีการเข้ารหัสการเชื่อมต่อของคุณ – แต่ถ้าสิ่งที่คุณต้องการคือ การเข้าถึงข้อมูลเท่านั้น วิธีนี้เป็นทางเลือกที่ใช้ได้ หากลองใช้วิธีอื่นแล้วไม่สามารถใช้งานได้

โดยรวมแล้ว แม้จะบอกไม่ได้แน่นอนว่า VPN จะใช้งานได้หรือไม่ ในทุกพื้นที่ของประเทศอย่างประเทศจีน – แม้อาจจะใช้งานได้ในเมืองหนึ่ง – Surfshark มีเครื่องมือจำนวนมากให้คุณได้ลองใช้ เพื่อให้คุณมีโอกาสสูงสุดในการใช้งานได้สำเร็จ

ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม เราแนะนำให้ตั้งค่าตัวเลือกทั้งหมดข้างต้น ก่อน ไปประเทศจีน เพราะเว็บไซต์ทางการของผู้ให้บริการหลายแห่งถูกปิดการใช้งานตลอดเวลาในอาณาจักรแห่งกำแพงนี้

***

เอาล่ะ เราตรวจสอบให้แน่ใจละว่า Surfshark มีคุณสมบัติครบถ้วน เมื่อพูดถึงความเร็ว ความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และความเชื่อถือได้ มิติสุดท้ายที่ต้องพิจารณาคือ ราคา

ราคาและการคืนเงิน

ดูเหมือนว่า Surfshark จะทำงานหนักมากในฐานะผู้ให้บริการ VPN จุดแข็งที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยเลยในเกมนี้ก็คือ ราคา

เรารู้ได้อย่างไร?

ง่ายๆเลย – เราตรวจสอบค่าบริการ VPN ทั่วทั้งตลาด เพราะภาพหนึ่งอธิบายได้เป็นพันคำ เราจึงใช้แผนภาพด้านล่างเสนอข้อมูลที่เรารวบรวมได้ แสดงราคาค่าบริการ แพ็คเกจถูกที่สุด ของบริการ VPN ที่มีการใช้งานมากที่สุด

Surfshark pricing

แน่ล่ะ Surfshark ดูเหมือนจะ “กลืนคู่แข่งได้ทั้งหมดเลย” หากจะว่ากันเรื่องราคา…

บริการนี้ชนะแม้กระทั่งคู่แข่งที่เสนอแพ็คเกจ 3 ปี ขณะที่แพ็จเกจถูกที่สุดของ Surfshark เสนอเป็น แพ็คเกจราย 2 ปี หมายความว่า คุณจ่ายล่วงหน้าน้อยกว่า สำหรับราคาต่อเดือนต่ำกว่านั่นเอง

ถึงตรงนี้แล้ว คุณอาจจะสงสัยว่า

ละมีเหตุผลอะไรที่จะต้องจ่ายค่าบริการล่วงหน้า 2 หรือ 3 ปี สำหรับบริการที่คุณยังไม่ได้ลองใช้เลย?!

ก็จริงอ่ะนะ โชคร้ายหน่อยที่ว่า บริการ VPN ส่วนใหญ่ไม่มีการให้ทดลองใช้ฟรี – แต่คุณสามารถลองใช้บริการอย่าง Surfshark ได้ อย่างไร้ความเสี่ยง

การรับประกันคืนเงินภายใน 30 วัน ทำได้ดังนี้

  1. ลงชื่อเข้าใช้งานบัญชีของคุณที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Surfshark และคลิกที่ปุ่มสีน้ำเงินสำหรับแชตด้านขวาล่าง
  2. พิมพ์อะไรก็ได้แล้วกด “Enter” – คุณจะได้รับคำแนะนำจากเนื้อหาความรู้ และปุ่ม “Live chat” ด้วย คลิกที่นั่น
  3. เขียนข้อความ แล้วส่งไปยังทีมบริการลูกค้า โดยระบุว่า คุณต้องการยกเลิกบัญชีของคุณตามนโยบายคืนเงินภายใน 30 วัน

(ใช่แหละ เราเคยลองขอรับเงินคืนทั้งหมดสำหรับการยกเลิกบัญชี ซึ่งเป็นวิธีการทดสอบอย่างหนึ่งของเรา)

แม้คุณจะไม่ให้เหตุผลว่า ทำไมจึงเลิกใช้ Surfshark ทีมบริการลูกค้าอาจจะพยายามขอให้คุณเปลี่ยนใจและใช้งานต่อ – ก็เป็นงานของเค้าอ่ะนะ 🦸‍

คุณเพียงแค่บอกให้ชัดเจนอีกครั้งว่า คุณต้องการปิดบัญชีและรับเงินคืน – ขอแค่ให้ทำภายในเวลาหนึ่งเดือน พนักงานจะยอมรับคำร้องของคุณ

รอสัก 5-7 วันทำการ ยอดเงินก็จะกลับมาที่บัญชีของคุณ เรียบร้อย!

เท่าที่เราทราบเกี่ยวกับ Surfshark ถึงตรงนี้ การที่คุณจะขอรับบริการคืนเงิน ไม่น่าจะเกิดขึ้น – แต่ก็เป็นเรื่องดีที่ทราบว่า มีทางเลือกนี้ถ้าคุณต้องการ คุณว่าไหม?

พูดถึงทางเลือก เรามีเกร็ดน่ารู้สำหรับผู้สนใจใช้บริการของ Surfshark

โบนัส: คูปองส่วนลด Surfshark

คุณทราบไหมว่า คุณสามารถรับส่วนลดที่ Surfshark ได้ด้วย โดยการใช้รหัสลดพิเศษ?

จำที่เราบอกไว้ ก่อนหน้านี้ ได้ไหมว่า แพ็คเกจ 2 ปีของ Surfshark ราคาต่ำกว่าแพ็คเกจ 3 ปี ของผู้ให้บริการรายอื่น?

อืมม์ เพราะไม่เป็นที่ทราบกันมากนักว่า Surfshark ก็ให้บริการแพ็คเกจ 3 ปีเช่นเดียวกัน ใช่ละ ราคายิ่งถูกลงอีก!

ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อปลดล็อค

  1. เริ่มด้วย ไปที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Surfshark หน้าสั่งซื้อ โดยคลิกที่ปุ่มด้านล่าง (ลิงค์ตรงจะเปิดหน้าต่างใหม่):

    รับส่วนลดสูงสุดที่ Surfshark

  2. ด้านล่างรายการแพ็คเกจ 3 ราคา คลิกที่แท็บเล็กๆสีเขียว เขียนว่า ใช้คูปอง (“coupon applied”)
  3. ช่องระบุคูปองจะเปิด และแสดงให้คุณเห็นคูปองส่วนลดที่ใช้งานอยู่ตอนนี้ ลบข้อมูลนั้นออก แล้วระบุรหัสนี้แทน

    SHARK3Y
  4. คลิก “Apply” แล้วคุณจะเห็นตารางราคาเปลี่ยนไป แพ็คเกจ 24 เดือน จะกลายเป็น 36 เดือน ในราคาถูกกว่าเดิมอีก

เราก็ยอมรับนะว่า ราคาส่วนลดนั้นก็ไม่ได้เยอะอะไร แต่จะลดเท่าไหร่ ก็ดีกว่าไม่มีส่วนลดแน่นอน💸

เอาล่ะ ว่ากันเรื่องนี้จบแล้ว – ถึงเวลาสรุปสุดท้ายกัน

คำตัดสิน + รีวิวลูกค้า

การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โปรแกรมเจาะข้อมูล การคัดกรองเนื้อหาในบางพื้นที่ การปิดกั้นของรัฐ เนื้อหาโฆษณาเจาะตามข้อมูลส่วนตัวของคุณ …

Surfshark VPN เป็นบริการที่คุ้มค่าสำหรับการโลดเล่นในพื้นที่เละเทะอย่างอินเทอร์เน็ตสมัยใหม่นี้ไหม?

ตามผลการค้นคว้าข้อมูลของเราและเสนอในรีวิวนี้ Surfshark คือบริการ VPN คุณภาพสูง อย่างน้อยก็ดีพอๆกับคู่แข่งรายอื่น

  • ระบบความปลอดภัยระดับสูง ใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสล่าสุดและเครื่องมืออย่าง MultiHop และโหมดพรางตัว
  • การป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล ตามนโยบายไร้การบันทึกที่เข้มงวด และการที่บริษัทจดทะเบียนที่ British Virgin Islands ขอบเขตของกฎหมายที่นี่ มีชื่อเสียงด้านกฎการปิดข้อมูลเป็นความลับ
  • ตัวเลือกสถานที่ ที่กว้าง (60+) พร้อมความเร็วการเชื่อมต่อที่น่าประทับใจ เพื่อให้คุณไม่รู้สึกติดขัดในการเข้าถึงข้อมูลหรือใช้บริการสตรีมมิ่งผ่าน VPN
  • ศักยภาพการปลดล็อค ใช้งานได้ดี สำหรับบริการสตรีมมิ่งอย่าง Netflix และการใช้งานในบางภูมิภาคที่มีการปิดกั้นทางอินเทอร์เน็ต

แต่นั่นไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมด

– สิ่งสำคัญที่สุด คือ Surfshark ราคาถูกกว่าถึง 2-3 เท่า เมื่อเทียบราคาที่ผู้ให้บริการ VPN ยอดนิยมรายอื่น

นโยบายคืนเงิน ภายใน 30 วัน ใช้ได้จริง (เราได้ตรวจสองแล้ว ด้วยบัญชีจริง) ทำให้แพ็คแกจทั้งหมดนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นอีก เพราะขจัดความเสี่ยงออกไปเลย ถ้าคุณจะลองใช้ Surfshark

สรุปก็คือ?

Surfshark เสนอประโยชน์ที่คุณได้รับทั้งหมด ในฐานะผู้ให้บริการ VPN ที่ดีเยี่ยม ในราคาน้อยนิด หากไม่มีอะไรแตกต่างเลยเมื่อเทียบกับผู้ให้บริการ VPN รายใหญ่ที่อื่น – จ่ายแพงกว่าทำไม ถ้าคุณใช้บริการได้ในราคาถูกกว่าที่ Surfshark?

🤷‍

(ถ้าคุณจะลองใช้ Surfshark อย่าลืมดูขั้นตอนการปลดล็อคเพื่อรับส่วนลด ในส่วนที่เรากล่าวไปแล้ว)

***

ยังมีคำถามเกี่ยวกับ Surfshark? หรือคุณอาจจะลองใช้บริการ VPN นี้แล้ว และอยากจะแบ่งปันประสบการณ์ของคุณ? เขียนรีวิวหรือร่วมพูดคุยกันได้ ด้านล่าง!

หาข้อมูลบางอย่างไม่เจอ? ถามเราได้ทุกคำถาม!
🤓
ฉันต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Surfshark
🤨
ฉันยังมีคำถามเกี่ยวกับ Surfshark
🤔
ฉันตัดสินใจไม่ได้ว่า Surfshark คือเครื่องมือสร้างเว็บไซต์ที่เหมาะจริงไหม
🙄
อื่นๆ ...

มาคุยก